โควิดทุบรายย่อย ขาดสภาพคล่อง พุ่ง

โควิดทุบรายย่อย ขาดสภาพคล่อง พุ่ง จับตาโควิดยืดเยื้อเกิน 1 เดือนเอสเอ็มอีจ่อเจ๊งแสนราย ร่วมพูดคุยกับคุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์ SME ไทย

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช” ประธานสมาพันธ์ SME ไทย กล่าวว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทำให้ขาดสภาพคล่องอย่างหนัก
โดยมีเอสเอ็มอีสัดส่วนจำนวน 70-80% ที่ขาดสภาพคล่อง จากจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 3.1 ล้านราย แบ่งเป็น รายย่อย 2.7 ล้านราย และรายย่อม 4 แสนราย
และคาดว่าหากสถานการณ์โควิดยังไม่คลี่คลายภายใน 1 เดือน หรือยืดเยื้อออกไป 2-3 เดือนจะมีเอสเอ็มอีปิดกิจการมากกว่าแสนราย

ทั้งนี้ สมาพันธ์ฯได้แบ่งสภาพธุรกิจของเอสเอ็มอีออกมาเป็น 4 กลุ่มในปัจจุบัน คือ ธุรกิจเจ๋ง คือไปรอดในยุคโควิด จ๋อย ธุรกิจไปได้แต่ยอดขาดลดลง 20-80% เจ๊ง
ปิดกิจการแต่ยังปรับโครงสร้างหนี้ได้ และจบ คือ ปิดกิจการไม่สามารถไปต่อได้เลย หรือเป็นศูนย์ ดังนั้นเห็นว่ารัฐบาลต้องเรื่องเข้ามาช่วยเหลือเรื่องสภาพคล่องอย่างเร่งด่วน
โดยเฉพาะซอฟท์โลนวงเงิน 2.5 แสนล้านบาทที่จะออกมาข่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอี ควรจะแบ่งเงินออกเป็นสองก้อน คือรายย่อย และรายย่อม เพื่อผลักดันให้ธนาคารเน้นการปล่อย สร้างสภาพคล่องให้คำนึงถึงจำนวนรายมากขึ้น
ไม่ใช่ยึดจำนวนเงิน และไปตกที่ผู้ประกอบการในรายที่แข็งแร. ซึ่งมีความจำเป็นน้อยกว่ารายย่อยที่จำเป็นต้องใช้เงิน รายเล็ก รวมทั้งต้องเร่งดำเนินการ 2 พักต้นและพักดอก